ทําไมต้อง

FUE SAPPHIRE

    เป็นเทคนิคการปลูกผมแบบย้ายรากผมที่ทันสมัย พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเทคนิค FUE ทั่วไป ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยม ในประเทศตุรกี เป็นที่ยอมรับทั่วโลกและอัตราการปลูกติดของกราฟต์สูงสุดเมื่อเทียบกับเทคนิคอื่นๆ เหมาะสําหรับทุกคนทุกสภาพผม เนื่องจากเป็นเทคนิคที่มีข้อจํากัดและผลข้างเคียงน้อย แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีและยังช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ อัตราการปลูกติดสูง โดยไม่มีการผ่าตัดหนังศรีษะ ไร้แผลเย็บ เทคนิคนี้แตกต่างจาก FUE ทั่วไป โดยใช้มีการใช้ Crystal Sapphire Pen ชนิดพิเศษช่วยในการเจาะปลูกกราฟต์

ทําไมต้อง FUE SAPPHIRE

การใช้ Crystal Sapphire Pen ที่ออกแบบมาพิเศษรูปตัว V ทําให้การเจาะปลูกมีความแม่นยํามากขึ้น ลดการทําลายเนื้อเยื่อโดยรอบที่ไม่จําเป็น แผลที่เกิดมีขนาดที่เล็กมาก ทําให้แผลปิดและสมานตัวเร็ว ความหนาแน่นของเส้นผมต่อพื้นที่ที่ได้สูงขึ้น เนื่องจากมีการเปิดช่องสําหรับการปลูกกราฟต์ได้มากขึ้นต่อพื้นที่การจัดเรียงแนวไรผมที่ได้ออกมาดูเป็นธรรมชาติ อัตราการปลูกติดสูงถึง 98%

ใช้เวลานานเท่าไหร่ ?

ใช้เวลา 6-8 ชั่วโมงขึ้นกับจํานวนกราฟต์

เทคนิค FUE SAPPHIRE (Shaven) อันตรายและเจ็บปวดเพียงใด ?

การปลูกผมถาวรด้วยเทคนิค FUE Sapphire เป็นหัตถการมาตรฐานที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่าให้ผลลัพธ์ที่ดี เกิดแผลเป็นน้อย และมีความปลอดภัยสูงเนื่องจากไม่มีการผ่าตัดหนังศีรษะออกมา อาการเจ็บปวดจึงน้อยที่สุดผู้รับการรักษาจะรู้สึกเจ็บเฉพาะในขั้นตอนการฉีดยาชาเท่านั้น

ข้อดีของเทคนิค FUE SAPPHIRE (Shaven)

  • การใช้ Crystal Sapphire Pen ในการเจาะปลูกทําให้สามารถจัดเรียงแนวไร้ผมได้ออกมาดูเป็นธรรมชาติ
  • ลดการทําลายเนื้อเยื่อที่ไม่จําเป็น
  • แผลเล็กเพียง 0.6-0.8 mm สมานตัวไว
  • อัตราการปลูกติดสูงกว่าเทคนิค FUE ทั่วไป
  • ได้ความหนาแน่นของกราฟต์เพิ่มขึ้น
  • ปลอดภัย เจ็บน้อยกว่าการปลูกผมกรรมวิธีอื่น
  • ใช้เวลาพักฟื้นเพียง 1-3 วัน
  • เทคนิคโกนผมใช้เวลารวดเร็วกว่าการทําไม่โกนผม (Non-shaven)

เทคนิคนี้เหมาะกับใคร ?

  • เหมาะสำหรับเคสที่มีปัญหาศีรษะล้าน หรือมีปัญหาแนวผมถอยร่น 
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ผ่านการปลูกผมมาก่อนและยังคงมีปัญหาแนวผมห่าง
  • ผู้ที่อายุเกิน 25 ปี

ขั้นตอนการปลูกผมแบบ FUE Sapphire มีรายละเอียดดังนี้

1. ดีไซน์แนวไรผม ( Design Hairline)
     การออกแบบแนวเส้นผม เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะแนวเส้นผมจะเป็นตัวกำหนดความเป็นธรรมชาติของผลลัพธ์ที่ได้ แพทย์จะทำการประเมินโครงหน้าของผู้เข้ารับการรักษา ความหนาแน่นของเส้นผมที่มีอยู่ รวมถึงความต้องการของคนไข้ในการออกแบบแนวเส้นผม
   – การวัดแนวเส้นผม แพทย์จะใช้เครื่องมือช่วยวัดเพื่อกำหนดระยะที่แน่นอนของแนวผมใหม่ให้เหมาะสมกับโครงหน้า
   – การวาดแนวเส้นผม เมื่อกำหนดแนวเส้นผมได้แล้ว แพทย์จะใช้ปากกามาร์กเส้นบนหน้าผากคนไข้เพื่อให้เห็นชัดเจนในขณะปลูกผม

2. ฉีดยาชา ( Local Anesthesia )
     ขั้นตอนนี้เป็นการฉีดยาชาเฉพาะที่จุดบริเวณที่ต้องเก็บกราฟต์ (เช่น ด้านหลังศีรษะหรือท้ายทอย) และบริเวณที่ต้องปลูกผม (เช่น ด้านหน้าศีรษะหรือแนวไรผม) ยาชาเฉพาะที่ ช่วยให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บหรือไม่สบายตัวขณะทำหัตถการ หลังจากฉีดยาชา แพทย์จะทิ้งระยะเวลาเล็กน้อยเพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์เต็มที่ ก่อนที่จะเริ่มการเก็บกราฟต์และปลูกผม

3. เจาะและเก็บกราฟต์ผม (Using Micro-Motor Punch with 0.5-0.8 mm)
     การเก็บกราฟต์ในเทคนิค FUE นั้นจะไม่ต้องผ่าตัดหรือเย็บแผล แพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษขนาดเล็ก (มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5-0.8 mm) เจาะและเก็บเซลล์รากผมทีละหน่วย (กราฟต์) ออกมาจากบริเวณผู้บริจาค โดยการเจาะนี้จะใช้เวลาในการเก็บมากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์ที่ต้องการ กราฟต์แต่ละหน่วยที่เก็บมาประกอบด้วยรูขุมขนซึ่งมีเส้นผมอยู่ 1-4 เส้น หลังจากนั้นกราฟต์จะถูกแช่ในสารละลายเพื่อคงความสดใหม่ ในขั้นตอนนี้แพทย์จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้เซลล์รากผมเสียหาย และเพื่อให้ได้กราฟต์ที่มีคุณภาพดีสำหรับการปลูก

4. เจาะเปิดช่องปลูกด้วยปากกา Crystal Sapphire (Channels Opening with Crystal Sapphire Pen )
     เมื่อเก็บกราฟต์เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเจาะเปิดช่องสำหรับการปลูกผมใหม่ โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือที่มีปลายเป็น Crystal Sapphire ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ และให้ความแม่นยำสูงในการเปิดช่องปลูกผม การเจาะเปิดช่องนี้จะกำหนดทิศทาง มุม และความลึกของการปลูกผม เพื่อให้เส้นผมใหม่ที่ขึ้นมาเติบโตในทิศทางที่ดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับเส้นผมเดิม การใช้ปลาย Crystal Sapphire ช่วยลดการบวมและการฟื้นตัวหลังการปลูกผม ทำให้ผลลัพธ์ของเส้นผมที่ปลูกใหม่ดูดีขึ้นและไม่ทิ้งรอยแผลชัดเจน

5. นำกราฟต์ที่ได้มาปลูก (Hair transplanting which is inserting each follicle into an incision)
     เมื่อเปิดช่องสำหรับปลูกผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะทำการปลูกกราฟต์ ที่เก็บได้ลงไปในช่องที่เจาะไว้ทีละหน่วย โดยความละเอียดและความแม่นยำในการวางกราฟต์เป็นสิ่งสำคัญ แพทย์จะคำนึงถึงความหนาแน่นของเส้นผม ทิศทางการเจริญเติบโต และตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้เส้นผมดูเป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับโครงหน้าของคนไข้ ขั้นตอนการปลูกผมนี้อาจใช้เวลาหลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์ที่ต้องปลูกและพื้นที่ในการปลูกผม หลังการปลูกผมคนไข้จะได้รับคำแนะนำในการดูแลหลังการปลูกผม เช่น การล้างศีรษะ การทานยาปฏิชีวนะหรือยาต้านการอักเสบ รวมถึงการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือนต่อหนังศีรษะในช่วงแรก ผลลัพธ์ของการปลูกผมจะเริ่มเห็นได้ในช่วง 3-4 เดือนหลังการปลูกผม และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ในระยะเวลา 9-12 เดือน

เป็นเทคนิคการปลูกผมแบบย้ายรากผมที่ทันสมัย พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเทคนิค FUE ทั่วไป ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยม ในประเทศตุรกี เป็นที่ยอมรับทั่วโลกและอัตราการปลูกติดของกราฟต์สูงสุดเมื่อเทียบกับเทคนิคอื่นๆ เหมาะสําหรับทุกคนทุกสภาพผม เนื่องจากเป็นเทคนิคที่มีข้อจํา กัดและผลข้างเคียงน้อย แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีและยังช่วยใหผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ อัตราการปลูกติดสูง โดยไม่มีการผ่าตัดหนังศรีษะ ไร้แผลเย็บ เทคนิคนี้แตกต่างจาก FUEทั่วไป โดยใช้มีการใช้ Crystal Sapphire Pen ชนิดพิเศษช่วยในการเจาะปลูกกราฟต์

ทําไมต้อง
FUE SAPPHIRE

การใช้ Crystal Sapphire Pen ที่ออกแบบมาพิเศษรูปตัว V ทํา ให้การเจาะปลูกมีความแม่นยํามากขึ้น ลดการทําลายเนื้อเยื่อโดยรอบที่ไม่จํา เป็น แผลที่เกิดมีขนาดที่เล็กมาก ทํา ให้แผลปิดและสมานตัวเร็วความหนาแน่นของเส้นผมต่อพื้นที่ที่ได้สูงขึ้นเนื่องจากมีการเปิดช่องสํา หรับการปลูกกราฟต์ได้มากขึ้นต่อพื้นทีการจัดเรียงแนวไร้ผมที่ได้ออกมาดูเป็นธรรมชาติ อัตราการปลูกติดสูงถึง 98%

ใช้เวลานานเท่าไหร่ ?

ใช้เวลา 6-8 ชั่วโมงขึ้นกับจํานวนกราฟต์

ทํา FUE SAPPHIRE อันตรายหรือไม่?

      การปลูกผมถาวรด้วยเทคนิค FUE Sapphire เป็นหัตถการมาตรฐานที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่าให้ผลลัพธ์ที่ดี เกิดแผลเป็นน้อย และมีความปลอดภัยสูงเนื่องจากไม่มีการผ่าตัดหนังศีรษะออกมา อาการเจ็บปวดจึงน้อยที่สุดผู้รับการรักษาจะรู้สึกเจ็บเฉพาะในขั้นตอนการฉีดยาชาเท่านั้น

ข้อดีของ
FUE SAPPHIRE (Shaven)

  • การใช้ Crystal Sapphire Pen ในการเจาะปลูทําให้สามารถจัดเรียงแนวไร้ผมได้ออกมาดูเป็นธรรมชาติ
  • ลดการทํา ลายเนื้อเยื่อที่ไม่จําเป็น
  • แผลเล็กเพียง 0.6-0.8 mm สมานตัวไว
  • อัตราการปลูกติดสูงกว่าเทคนิค FUE ทั่วไป
  • ได้ความหนาแน่นของกราฟต์เพิ่มขึ้น
  • ปลอดภัย เจ็บน้อยกว่าการปลูกผมกรรมวิธีอื่น
  • ใช้เวลาพักฟื้นเพียง 1-3 วัน
  • เทคนิคโกนผม ใช้รวดเร็วกว่าการทํา ไม่โกนผม(Non-shaven)

เทคนิคนี้เหมาะกับใคร ?

  • เหมาะสําหรับเคสที่มีปัญหาศีรษะล้าน หรือมีปัญหาแนวผมถอยร่น
  • เหมาะกับผู้ที่ผ่านการปลูกผมมาก่อนและยังคงมีปัญหาแนวผมห่าง ซึ่งเกิดจากเครื่องมือที่ใช้ปลูกมีขนาดใหญ่ หรือขั้นตอนการปลูกมีความละเอียดต่ํา

ก่อนทำ

เทคนิค Non-Shaven ถือเป็นนวัตกรรมขั้นสูงสุดของการปลูกผมแบบ FUE ซึ่งคือการปลูกผมโดยไม่ต้องโกนผมบริเวณท้ายทอยทั้งหมด (Donor Area) แต่จะเป็นการตัดเฉพาะส่วน เล็มด้วยกรรไกร หรือใช้เครื่องโกนดัดแปลงพิเศษ เพื่อให้ลักษณะผมบริเวณท้ายทอยดูเป็นปกติมากที่สุดหลังการปลูก Non-Shaven FUE เป็นเทคนิคปลูกผมไร้รอยแผลเป็น ที่ช่วยซ่อนแผลจากการปลูกผมที่ดีที่สุด ทําให้คนไข้สามารถใช้ชีวิตประจำวันในวันต่อมาได้อย่างราบรื่น โดยขั้นตอนในการปลูกแบบ Non-Shaven FUE จะเหมือนกับการปลูกผมเทคนิคแบบ Shaven FUE แต่จะมีความยากและละเอียดอ่อนมากกว่า

ขั้นตอน FUE SAPPHIRE (Non-Shaven)

  • ไม่ต่างจากการปลูกผม FUE แบบมาตรฐาน เพียงแต่ไม่ต้องตัดผมตรงบริเวณที่จะทํา การเจาะเก็บกราฟต์ด้านหลังศีรษะ
  • ใช้เวลานานกว่าการปลูกผม FUE แบบมาตรฐานประมาณ 2-6 ชั่วโมง (หรือใช้เวลารวมประมาณ 8-12 ชั่วโมงต่อเคสแล้วแต่จํานวนกราฟต์)

ใช้เวลานานเท่าไหร่ ?

  • ใช้เวลา 8-12 ชั่วโมงขึ้นกับจํานวนกราฟต์

หลังทำ

ทํา FUE SAPPHIRE อันตรายหรือไม่?

  • สามารถเก็บกราฟได้ในจํานวนจํากัด ไม่เกิน 1,500 – 2,000 กราฟต์ ขึ้นอยู่กับขนาดศีรษะของผู้รับการรักษา
  • ใช้เวลานานกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกเทคนิค Shaven FUE
  • การดูแลแผลหลังจากการปลูกทําได้ยากกว่า

ข้อดีของ FUE SAPPHIRE (Non-Shaven)

  • การปลูกผมแบบ FUE สร้างแนวผมที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • การปลูกผมแบบ FUE มีราคาที่คุ้มค่า เพราะเทคนิค
  • การตัดผมเฉพาะส่วนส่งผลให้แผลจากการปลูกผมถูกซ่อน ในบริเวณหลังศีรษะได้อย่างแนบเนียน ดูดีทันที ไม่ต้องซ่อน ไม่ต้องโกนช่วยเพิ่มความมั่นใจ
  • ระยะการพักฟื้นสั้นที่สุด ใช้ชีวิตตามปกติได้อย่างรวดเร็ว วันต่อมาสามารถสระผมได้
  • ใช้เครื่องเจาะกราฟต์ที่ได้รับการออกแบบโดยเฉพาะ เพื่อลดการพันของเส้นผม คงความสมบูรณ์ของกราฟต์สูงสุด

เทคนิคนี้เหมาะกับใคร ?

  • เหมาะสําหรับทุกเพศทุกวัยที่มีปัญหาผมเถิก เว้า หน้าผากกว้าง ผมบาง
  • ผู้รับการรักษาที่ต้องใช้กราฟต์จํานวนไม่มากนัก
  • ผู้รับการรักษามีผมยาวเพียงพอที่จะปกปิดแนวผมที่ถูกตัดได้
  • ผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้อื่นเห็นแผล หรือมีความกังวลกับการโกนผมหลังศีรษะ

ข้อจำกัด FUE SAPPHIRE (Non-Shaven)

  • สามารถเก็บกราฟต์ได้ในจำนวนจำกัด ไม่เกิน 1,500 – 2,000 กราฟต์ ขึ้นอยู่กับขนาดศีรษะของผู้รับการรักษา
  • ใช้เวลานานกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกเทคนิค Shaven FUE
  • การดูแลแผลหลังจากการปลูก ทำได้ยากกว่า

    การปลูกผมเเบบไม่โกนผม   FUE Sapphire (Non-Shaven) เเละ การปลูกผมยาว (Long Hair Method)  ทำให้ค่อนข้างมีความยากในการเจาะเก็บกราฟต์ผมจากด้านหลังศีรษะ ซึ่งอาจส่งผลทำให้กราฟต์ที่จัดเก็บได้ไม่สมบูรณ์ 100% เหมือนกับการปลูกผมแบบมาตรฐานปลูกแบบโกนผม FUE (Shaven)

 การปลูกผมแบบ Long Hair Method คนไข้มักเข้าใจผิดว่าเป็นการปลูกผมยาวที่ผมยาวนั้นจะยาวต่อได้เลย แต่ในความเป็นจริงแล้วผมยาวที่นำมาปลูกจะคงอยู่ได้ในช่วงหลังปลูกเพียง 2-4 สัปดาห์แรกเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะค่อย ๆ ทยอยร่วงออกเหมือนกับการปลูกผมแบบมาตรฐานปกติ และต้องรอผมที่ปลูกงอกยาวขึ้นมาใหม่จากรากในช่วงเดือนที่ 3